พรรคการเมืองในพม่ามีกี่พรรคอะไรบ้าง

การเลือกตั้งทั่วไปในประเทศพม่า จะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนประชาชน จำนวน 323 ที่นั่ง จาก 440 ที่นั่ง จำนวน 110 ที่นั่งที่เหลือ เป็นโควตาพิเศษอันได้รับจาก ผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพ ส่วนอีก 7 ที่นั่ง จะไม่มีการเลือกตั้ง เพราะคณะกรรมการหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัย สมาชิกวุฒิสภา มีการเลือกตั้ง 168 ที่นั่ง จากทั้งหมด 224 ที่นั่ง ซึ่งเป็นการเลือกสมาชิกวุฒิสภา 12 คนจากแต่ละเขต อีก 56 ที่นั่ง เป็นโควตาจากผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ สภาระดับภาคและรัฐ จะมีการเลือกตัวแทนจำนวน 637 คนเข้าไปนั่งในสภาระดับภาคและรัฐฯ ในศึกการเลือกตั้งสมาชิกสภาในพม่าในปี พ.ศ. 2558  มีพรรคการเมืองมากถึง 93 พรรค แต่สุดท้าย ก็มีเพียงแค่ 2 พรรคการเมืองใหญ่เท่านั้น ที่ได้มาประชันหน้ากันในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ได้แก่ พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา ภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง โดยเป็นพรรครัฐบาลในปัจจุบัน เจอกับ พรรคสันนิบาติแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย โดยมีคนดังอย่างนาง …

พฤติกรรมในการเลือกตั้งของคนไทย

ด้วยความที่ประเทศไทยของเราปกครองกันด้วยระบอบประชาธิปไตยเพราะฉะนั้นการเลือกตั้งของบ้านเราจึงเป็นเรื่องปกติที่คนไทยเมื่ออายุถึงเกณฑ์การเลือกตั้งก็ต้องทำหน้าที่การเป็นพลเมืองไทยที่ดีในการเลือกตั้งตามกฎหมาย ปกติแล้วการเลือกตั้งนั้นจะต้องมีการตรวจสอบรายชื่อของที่อยู่ตามทะเบียนบ้านว่าเรามีสิทธิ์ในการเลือกตั้งที่คูหาใด หรือหากใครที่รู้ตัวเองว่าไม่สามารถไปเลือกตั้งในวันที่มีการเลือกตั้งได้ก็จะมีการกำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้าให้ประชาชนเหล่านี้ได้มีโอกาสพิจารณาว่าจะสามารถใช้สิทธิ์ของตัวเองในวันเลือกตั้งล่วงหน้าได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามพฤติกรรมที่เรายังคงพบเจอได้บ่อยๆ จากการเลือกตั้งของคนไทยจะประกอบไปด้วยสิ่งต่างๆ เหล่านี้ พฤติกรรมการเลือกตั้งของคนไทยที่สามารถพบเจอได้ เลือกเพราะชอบในตัวนักการเมือง – การเลือกตั้งในลักษณะนี้ยังเป็นพฤติกรรมที่คนไทยจำนวนมากใส่ใจมากกว่าเรื่องของตัวนโยบายหรือการพัฒนาประเทศ ทำนองว่าถ้าหากชอบนักการเมืองคนไหนแล้วเมื่อถึงเวลาเลือกตั้งก็พร้อมจะทำหน้าที่ในการเลือกตั้งพรรคการเมืองที่นักการเมืองคนดังกล่าวสังกัดอยู่ให้ชนะการเลือกตั้ง การเลือกจากนโยบายพรรคการเมือง – อันที่จริงพฤติกรรมการเลือกตั้งของคนไทยลักษณะนี้ก็มีอยู่ในระดับหนึ่งแต่จะว่าไปแล้วอาจไม่เยอะเท่ากับการเลือกเพราะชื่นชอบในตัวนักการเมืองหรือพรรคการเมืองนั้นๆ ส่งผลให้การเลือกในลักษณะนี้ยังมีกระจัดกระจายอยู่ไม่เยอะและคนที่เลือกในลักษณะนี้ก็จะเป็นคนที่มีพฤติกรรมคิดวิเคราะห์ก่อนการเลือกตั้งเสมอ การเลือกเพราะมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง – นี่ก็เป็นอีกพฤติกรรมที่เรายังคงพบเจอได้บ่อยๆ แม้จะไม่ได้มีการบ่งบอกว่าคนไหนทำการซื้อสิทธิ์ขายเสียงไปบ้างแต่พฤติกรรมการเลือกตั้งแบบนี้สามารถเปลี่ยนผลการเลือกตั้งได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียวจึงไม่แปลกใจว่าทำไมคนที่สมัครรับเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตามแต่ยังคงนิยมทำการซื้อสิทธิ์ขายเสียงกันมาจนถึงทุกวันนี้ การไมไปเลือกตั้ง – เป็นอีกพฤติกรรมในการเลือกตั้งของคนไทยที่สามารถพบเห็นได้ แม้บางคนจะบอกว่าพักอาศัยอยู่ไกลจากทะเบียนบ้านของตนเองทำให้ไม่สามารถเดินทางไปเลือกตั้งได้ แต่บางคนถึงแม้จะใกล้แต่ก็ไม่ได้เคยใส่ใจกับการเลือกตั้งอยู่แล้วเช่นกัน พฤติกรรมเหล่านี้เป็นพฤติกรรมการเลือกตั้งของคนไทยที่สามารถพบเจอได้ทุกครั้งในการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นระดับไหนก็ตาม ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่จริงๆ แล้วก็มีทั้งด้านดีและบ้างด้านก็ยังไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น ยังมีสิ่งที่ต้องปรับอีกหลายๆ ด้าน

ปัญหาอะไรที่พบในการเลือกตั้งบ้าง

ด้วยความที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในยุคปัจจุบัน เพราะฉะนั้นการจะมีผู้นำประเทศขึ้นมาได้ต้องเกิดจากความเห็นของประชาชนทั้งประเทศโดยนับเอาเสียงส่วนใหญ่ยึดถือเป็นสำคัญ นั่นก็หมายความว่าระบบการเมืองของไทยโดยพื้นฐานแล้วจะต้องมีการเลือกตั้งเพื่อหานายกรัฐมนตรีขึ้นมาดำรงตำแหน่งสูงสุดในการบริหารปกครองประเทศ อย่างไรก็ตามจะว่าไปแล้วการเลือกตั้งของไทยตั้งแต่ไหนแต่ไรมาก็มักมีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นมากมายจนทำให้เสถียรภาพทางการเมืองของไทยไม่สามารถพัฒนาไปไกลได้อย่างที่ควรจะเป็น เอาแค่ว่าปัญหาที่สามารถพบได้ในการเลือกตั้งก็มีมากมายเต็มไปหมดแล้ว ปัญหาที่มักพบเจอในการเลือกตั้ง การซื้อสิทธิ์ขายเสียง – เป็นปัญหาระดับชาติที่เราได้ยินกันจนชินชา แต่ถึงแม้ว่าการเลือกตั้งทุกครั้งจะต้องเจอกับคำพูดเหล่านี้ทว่ากลับยังคงมีปัญหาเรื่องลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ การซื้อสิทธิ์ขายเสียงก็คือการที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองมีการสมนาคุณแลกเปลี่ยนกับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นการให้เงิน การให้สินบน หรือการให้สิ่งอื่นๆ ที่มีมูลค่าโดยมีข้อแม้ว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนั้นจะต้องเลือกพรรคของตน ถือว่านี่เป็นปัญหาระดับชาติที่ไม่รู้ว่าจะสามารถแก้ไขได้เมื่อไหร่เหมือนกัน การสวมสิทธิ์เลือกตั้ง – ปกติแล้วเวลาเกิดการเลือกตั้งในบ้านเราแน่นอนว่าคนที่เข้าไปเลือกตั้งยังไงก็ไม่มีทางครบ 100% เต็ม โดยเฉพาะคนที่ทำมาหากินต่างบ้านต่างเมืองไม่สามารถเดินทางไปเลือกตั้งในวันเลือกตั้งได้เพราะทะเบียนบ้านอยู่คนละที่กับที่พักอาศัยในปัจจุบัน ยิ่งคนไหนไม่เคยมีรายชื่อในการเข้าไปเลือกตั้งเลยโอกาสการโดนสวมสิทธิ์การเลือกตั้งย่อมมีสูง การสวมสิทธิ์ก็คือการใช้เปลี่ยนแปลงเอกสารให้เป็นชื่อของคนๆ นั้นแล้วเข้าไปเลือกตั้งแทน การนับคะแนน – ปัญหาการนับคะแนนในบางครั้งก็ยังถือว่าเป็นปัญหาของการเลือกตั้งเช่นกัน ส่วนหนึ่งก็มาจากหากคูหาเลือกตั้งไหนหรือการเลือกตั้งครั้งไหนต้องขนหีบเลือกตั้งไปรวมกันเพื่อนับคะแนนตามที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต ทุกอย่างมันอาจมีลูกเล่นที่ทำให้คะแนนเปลี่ยนไปได้นั่นเอง ส่งผลให้การเลือกตั้งหลายครั้งในทุกวันนี้จะนับคะแนนกันที่คูหาเลือกตั้งเลย ปัญหา 3 ข้อที่ว่านี้ถือเป็นปัญหาที่เราสามารถพบได้แทบจะทุกครั้งในการเลือกตั้งไม่รวมปัญหายิบย่อยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้บ้าง เช่น การฉีกบัตรเลือกตั้ง, การสร้างความวุ่นวายระหว่างการเลือกตั้ง และอื่นๆ แสดงให้เห็นว่าจริงๆ แล้วประเทศไทยเองก็ยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับการเลือกตั้งเสมอมาแม้มีระบอบประชาธิปไตยนานแล้วก็ตาม